วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วิธีทำปลานิลเจี๋ยน





ส่วนประกอบ :
1. ปลานิล 1 ตัว
2. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
3. ขิง 1 ถ้วย
4. หัวหอมใหญ่ 1 หัว
5. เห็ดหอม 1 ถ้วย
6. เห็ดนาฟ้า 1 ถ้วย
7. ผักชีนิดหน่อยเอาไว้โรยหน้า
8. ต้นหอมหั่นประมาณ 1/2 นิ้ว
9. ขึ้นฉ่ายหั่นประมาณ 1/2 นิ้ว
10. พริกไทย ปลายช้อนชา
11. น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
12. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
13. ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนชา
14. น้ำมันเอาไว้ทอดและผัด
15. พริกแดงซอยเอาไว้โรยหน้า 1 เม็ด
วิธีทำ :
1. เทน้ำมัน 1 ชัอนโต๊ะลงในกระทะพอน้ำมันเริ่มร้อนก็ใส่กระเทียมลงไป
2. ใส่ส่วนประกอบทั้งหมดลงไป
3. ทอดปลานิลให้กรอบแล้วนำที่ผัดเสร็จแล้วราดไปที่ตัวปลาแล้วตาด้วยผัดชีและพริกแดง
ถ้าเพื่อนๆ ชอบปลาอะไรก็ใช้ปลานั้นนะจ๊ะ แต่เลือกปลานี้เพราะว่าชอบทานกรอบๆ อีกอย่าง
ที่เด็ดคือราคาถูก เห่อๆ หรือไม่ก็เอาปลานิลทอดกรอบทานกับน้ำปลาพริกมะนาว หรือน้ำพริก
กะปิก็อร่อยเด็ดเชียวหล่ะ หรือถ้าไม่ชอบทอดก็นึ่งก็ได้

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วิธีการยำกุ้งให้อร่อย

หวัดดีก๊าปปปเพื่อนๆทุกคน

วันนี้จะมาแนะนำเคล็ดลับในการยำกุ้งสดให้อร่อยเด็ดเริ่มกันเยยนะจ๊ะ
ลองใช้กุ้งตัวใหญ่ๆ และไม่ต้องแกะเปลือกออกนะจ๊ะ แล้วก็นำไปต้มกับน้ำกะทิ
แล้วก็เคียวๆๆ จนแตกมันเมื่อกุ้งสุกแล้วก็ให้แกะเปลือกออกแล้วนำมายำก็จะได้
เนื้อกุ้งที่มีรสหวานอาหย่อย กลิ่นก็หอมรสชาติก็จะดียิ่งขึ้นเจ้าค่ะ

วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วิธีทำโอโคโนะมิยากิ お好み焼き




วันนี้ขอนำเสนออาหารจานโปรดอีกจานเด็ดในวันนี้เห็นอีกรอบก็น้ำลายเจ็ดกันเลยทีเดียว
ดูแล้วอาจจะคิดว่า เอ...จะทำยากไม๊น้อไม่ยากอย่างที่คิดหรอกค่ะลองฝึกฝีมือกันนะจ๊ะ
ส่วนประกอบ :
1. ปลาหมึกหั่นซอย 150 กรัม
2. มะเขือเทศสับ 1 ลูก
3. กล่ำปลีซอยละเอียด 1 หัว
4. ต้นหอมซอย 2 ต้น
5. กุ้งแห้ง 1 กำมือ
6. ไข่ไก่ 6 ฟอง
7. แป้งสาลี 160 กรัม
8. น้ำสต๊อกปลา 1 ถ้วย
9. ปลาโออบแห้งไสเป็นฝอย 1 หยิบมือ หาแบบสำเร็จรูปก็ได้ค่ะง่ายดีเอาไว้โรยหน้า
10. สาหร่ายหั่นซอยเอาไว้โรยหน้า
11. มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ
12. ซอสโอโคโนมิยากิ 1 ช้อนโต๊ะ
13. มัสตาด 1 ช้อนชา
14. wouchester ซอส 1 ช้อนชา
15. ทงคัทซึซอส 1 ช้อนชา
16. ยามาอิโมะฝนๆ 40 กรัมไม่มีไม่ใส่ก็ได้ค่ะ
17. น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ :
1. นำแป้ง มายาอิโมะและไข่ผสมกันตีๆให้เข้ากันถ้ามีเครื่องก็ใช้เครื่องนะค่ะ
2. ใส่น้ำสต๊อกลงไปแล้วคนๆๆ
3. นำส่วนผสมทุกอย่างลงไปแล้วก็คนๆๆให้เข้ากัน ยกเว้น ข้อ 9,10
4. ตั้งไฟด้วยกะทะแบนๆ ไม่มีก็กลมๆก็ได้ค่ะ เทน้ำมันลงไปพอร้อนๆไม่จัดนะค่ะ
5. ก็ตักแป้งที่ผสมแล้วทั้งหมดหยอดลงในกะทะ
6. พอเหลืองๆก็พลิกกลับอีกด้านนึงพอเสร็จแล้วก็นำขึ้นมา
7. โรยหน้าด้วย ข้อ 9,10 แค่นี้เองค่ะ
แต่ถ้าเพื่อนๆชอบแบบเดียวกันคือ แบบอ้วนๆก็เพิ่มมายองเนสและมัสตาดลงไปแยะๆปรุงด้วยซอสอะไรก็ได้ที่ชอบราดไปข้างหน้าอีกที อิๆ เพียงแค่นี้ก็ อร่อยอ้วนท้วนสมบูรณ์เหมือนเจ๊แล้วก๊าปป
ส่วนผสม หรือวิธีการที่ทำไม่ตรงตามตำราหรอกนะค่ะ แบบว่าเอาง่ายแล้วเร็วเข้าว่าหน่ะจ้า
แก้ขัดได้อย่าว่ากันนะจ๊ะ enjoy your meal...

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551

วิธีขจัดกลิ่นสาบของเนื้อไก่


วันนี้จะมาแนะนำกับอาหารที่เกือบทุกคนคงจะทานกันจริงมะจ๊ะ สิ่งที่จะกล่าววันนี้คือ

แต๊นๆๆ แต่นนนน ไก่กุ๊กๆ คือ ขจัดกลิ่นเนื้อไก่ที่เหม็นสาบนั่นเองหลักง่ายมีดังนี้กะเจ้า

1. เตรียมน้ำใส่ชาม เสร็จแล้วก็ใส่เบกกิ้งโซดาประมาณสัก 1/4 ช้อนชานะจ๊ะแล้ว
ก็คนๆๆๆๆให้ละลายเข้ากัน
2. นำไก่ใส่ลงไปในชามแล้วนำไปแช่ไว้ในตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณสัก ครึ่งชั่วโมง
3. พอครบเวลาครึ่งชั่วโมงแล้วก็นำไก่ออกมาล้างน้ำสัก 1 รอบเพียงเท่านี้เองเจ้าค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551

วิธีทำผัดสะตอ หมูและกุ้งสับ


วันนี้ขอนำเสนออาหารของโปรดของครอบครัวนะจ๊ะ เห็นเมนูนี้แล้วคิดถึง หม่ำมั้มๆ ชอบทำให้ลูกๆ ทุกคนทาน มาเริ่มอร่อยกันเลยดีกว่า

ส่วนประกอบ :

1. หมูสับ 2 ขีด
2. กุ้งสับ 2 ขีด
3. พริกขี้หนูแดง 5-10 เม็ด
4. กระเทียม 1 หัว
5. สะตอ 2 ขีด
6. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
7. ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนชา
8. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
9. น้ำมันไว้ผัด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ :

1. นำกระเทียม กับ พริกขี้หนูตำๆๆ
2. นำน้ำมันตั้งไฟพอร้อนแล้วใส่ ส่วนผสมข้อที่ 1 ลงไป
3. นำหมูสับ และ กุ้งสับ ลงไปผัดๆให้สุก
4. แล้วนำส่วนผสมเครื่องปรุงที่เหลือทั้งหมดใส่ลงไปเป็นอันว่าเดี๋ยวก็เริ่มหาข้าวร้อนๆทานได้จ้า

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551

วิธีทำถั่วไม่ให้ดำและเหี่ยว

วันนี้จะแนะนำเกี่ยวกับ ประเภทพวกถั่วนะจ๊ะ อย่างเช่น ถั่วลันเตา หรือถั่วฝักยาว เพื่อนๆ ทุกๆคนก็คง
จะเคยทานไม่หมด แล้วเก็บไว้ในตู้เย็นหรือ ผัดเอาไว้เผื่อวันพรุ่งนี้แล้วเก็บไว้ในตู้เย็นพอนำออกมาอีก
ทีสีจะคล้ำไม่น่ารับประทานเลยจริงมะจ๊ะ มีเคล็ดลับง่ายๆ มาฝาก เริ่มเลยนะจ๊ะ

1. นำน้ำไปต้มให้เดือดเลยค่ะ
2. นำถั่วลงไปลวกสัก 2-3 นาที
3. พอเสร็จแล้วก็ตักถั่วขึ้นมาแล้วนำลงไปแช่น้ำเย็นเจี๊ยบทันที

ลองดูนะจ๊ะได้ผลอย่างไรก็แจ้งกันบ้างนะจ๊ะ

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2551

วิธีทำกิมจิ




ส่วนประกอบ :

ผักกาดขาวหั่นกว้างสักประมาณ 1 นิ้ว หรือ 1/2
หัวไชเท้า 1 หัว
แครอท 1 หัว
เกลือ 6 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
พริกชี้ฟ้าแดง ผ่าเอาเม็ดออก 5 เม็ด ถ้าชอบเผ็ดก็ใส่ตามใจชอบจ้า
ซอสพริกจะเป็นตราม้าบินก็ได้ชอบค่ะ 5 ช้อนโต๊ะ
ขิงสับๆๆ 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับๆๆ 1 หัว
ต้นหอมหั่นเป็นท่อนๆ 3-5 ต้น ตามชอบจ้า
น้ำ 1 ถ้วยใหญ่
มะนาว 1-2 ลูก

วิธีทำ :

1. น้ำผักกาดขาวล้างแล้วผึ่งเอาไว้ค่ะ
2. นำผักกาดมาขยำๆๆ เทเกลือ 3 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อให้เกลือซึมเข้าไป พอครบเวลาก็นำผักมาล้างน้ำสัก 1 รอบ
แล้วก็นำมาบีบน้ำออกแล้วภาชนะเตรียมทำขั้นต่อไปจ้า
3. นำหัวไชเท้า และ แครอท ปลอกเปลือกแล้วนำมาหั่นเป็นเส้นเล็กๆ หรือถ้าจะให้ง่ายก็ถ้าที่บ้านเพื่อนๆมี ที่ขูดมะละกอหรือที่ขูดชีส ก็ได้
ก็ขูดๆๆไปแบบง่ายดีค่ะ แห่ะๆ หรือ ถ้าชอบแบบตกแต่งก็หั่นเป็นดอก ก็ได้ค่ะ ( เอาแครอท หรือ หัวไชเท้าแบ่งครึ่งตามขวาง แบ่งเป็น 2 ส่วนเพื่อให้สั่นจับง่าย แล้วนำมีดกรีดยาวลงมา ซ้าย ขวา ให้เป็นร่อง ทำประมาณ สัก 3- 4 แล้วแต่ว่าหัวใหญ่ไม๊แล้วก็มาหั่นเพียงเท่านี้ก็จะเป็นดอกไม้สวยงามแย้วจ้า )
4. นำเครื่องปรุงไปปั่นๆ ให้ละเอียดนะจ๊ะ แล้วใส่เกลือส่วนที่เหลือแต่ถ้าคนไม่ทานเค็มก็ลดเกลือก็ได้นะค่ะ
5. น้ำเครื่องปรุงที่ปั่นเสร็จแล้วเทลงไปในภาชนะ แล้วใส่น้ำตาลทรายคลุกให้ทั่วๆ แล้วนำผักกาด หัวไชเท้า แครอท และต้นหอมที่เตรียมไว้คลุกๆๆ นำไปใส่ภาชนะที่มีฝาปิดทิ้งไว้ 1 คืน

*** แค่นี้เองจ้าเป็นอันเสร็จเตรียมอาหย่อยเด็ดกันได้แย้ว แต่ถ้าออกมาแล้วรสชาติไม่พอใจก็เติมตามใจชอบนะจ๊ะ ***

 
Blogger design by suckmylolly.com