วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วิธีทำโอโคโนะมิยากิ お好み焼き




วันนี้ขอนำเสนออาหารจานโปรดอีกจานเด็ดในวันนี้เห็นอีกรอบก็น้ำลายเจ็ดกันเลยทีเดียว
ดูแล้วอาจจะคิดว่า เอ...จะทำยากไม๊น้อไม่ยากอย่างที่คิดหรอกค่ะลองฝึกฝีมือกันนะจ๊ะ
ส่วนประกอบ :
1. ปลาหมึกหั่นซอย 150 กรัม
2. มะเขือเทศสับ 1 ลูก
3. กล่ำปลีซอยละเอียด 1 หัว
4. ต้นหอมซอย 2 ต้น
5. กุ้งแห้ง 1 กำมือ
6. ไข่ไก่ 6 ฟอง
7. แป้งสาลี 160 กรัม
8. น้ำสต๊อกปลา 1 ถ้วย
9. ปลาโออบแห้งไสเป็นฝอย 1 หยิบมือ หาแบบสำเร็จรูปก็ได้ค่ะง่ายดีเอาไว้โรยหน้า
10. สาหร่ายหั่นซอยเอาไว้โรยหน้า
11. มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ
12. ซอสโอโคโนมิยากิ 1 ช้อนโต๊ะ
13. มัสตาด 1 ช้อนชา
14. wouchester ซอส 1 ช้อนชา
15. ทงคัทซึซอส 1 ช้อนชา
16. ยามาอิโมะฝนๆ 40 กรัมไม่มีไม่ใส่ก็ได้ค่ะ
17. น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ :
1. นำแป้ง มายาอิโมะและไข่ผสมกันตีๆให้เข้ากันถ้ามีเครื่องก็ใช้เครื่องนะค่ะ
2. ใส่น้ำสต๊อกลงไปแล้วคนๆๆ
3. นำส่วนผสมทุกอย่างลงไปแล้วก็คนๆๆให้เข้ากัน ยกเว้น ข้อ 9,10
4. ตั้งไฟด้วยกะทะแบนๆ ไม่มีก็กลมๆก็ได้ค่ะ เทน้ำมันลงไปพอร้อนๆไม่จัดนะค่ะ
5. ก็ตักแป้งที่ผสมแล้วทั้งหมดหยอดลงในกะทะ
6. พอเหลืองๆก็พลิกกลับอีกด้านนึงพอเสร็จแล้วก็นำขึ้นมา
7. โรยหน้าด้วย ข้อ 9,10 แค่นี้เองค่ะ
แต่ถ้าเพื่อนๆชอบแบบเดียวกันคือ แบบอ้วนๆก็เพิ่มมายองเนสและมัสตาดลงไปแยะๆปรุงด้วยซอสอะไรก็ได้ที่ชอบราดไปข้างหน้าอีกที อิๆ เพียงแค่นี้ก็ อร่อยอ้วนท้วนสมบูรณ์เหมือนเจ๊แล้วก๊าปป
ส่วนผสม หรือวิธีการที่ทำไม่ตรงตามตำราหรอกนะค่ะ แบบว่าเอาง่ายแล้วเร็วเข้าว่าหน่ะจ้า
แก้ขัดได้อย่าว่ากันนะจ๊ะ enjoy your meal...

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551

วิธีขจัดกลิ่นสาบของเนื้อไก่


วันนี้จะมาแนะนำกับอาหารที่เกือบทุกคนคงจะทานกันจริงมะจ๊ะ สิ่งที่จะกล่าววันนี้คือ

แต๊นๆๆ แต่นนนน ไก่กุ๊กๆ คือ ขจัดกลิ่นเนื้อไก่ที่เหม็นสาบนั่นเองหลักง่ายมีดังนี้กะเจ้า

1. เตรียมน้ำใส่ชาม เสร็จแล้วก็ใส่เบกกิ้งโซดาประมาณสัก 1/4 ช้อนชานะจ๊ะแล้ว
ก็คนๆๆๆๆให้ละลายเข้ากัน
2. นำไก่ใส่ลงไปในชามแล้วนำไปแช่ไว้ในตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณสัก ครึ่งชั่วโมง
3. พอครบเวลาครึ่งชั่วโมงแล้วก็นำไก่ออกมาล้างน้ำสัก 1 รอบเพียงเท่านี้เองเจ้าค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551

วิธีทำผัดสะตอ หมูและกุ้งสับ


วันนี้ขอนำเสนออาหารของโปรดของครอบครัวนะจ๊ะ เห็นเมนูนี้แล้วคิดถึง หม่ำมั้มๆ ชอบทำให้ลูกๆ ทุกคนทาน มาเริ่มอร่อยกันเลยดีกว่า

ส่วนประกอบ :

1. หมูสับ 2 ขีด
2. กุ้งสับ 2 ขีด
3. พริกขี้หนูแดง 5-10 เม็ด
4. กระเทียม 1 หัว
5. สะตอ 2 ขีด
6. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
7. ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนชา
8. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
9. น้ำมันไว้ผัด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ :

1. นำกระเทียม กับ พริกขี้หนูตำๆๆ
2. นำน้ำมันตั้งไฟพอร้อนแล้วใส่ ส่วนผสมข้อที่ 1 ลงไป
3. นำหมูสับ และ กุ้งสับ ลงไปผัดๆให้สุก
4. แล้วนำส่วนผสมเครื่องปรุงที่เหลือทั้งหมดใส่ลงไปเป็นอันว่าเดี๋ยวก็เริ่มหาข้าวร้อนๆทานได้จ้า

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551

วิธีทำถั่วไม่ให้ดำและเหี่ยว

วันนี้จะแนะนำเกี่ยวกับ ประเภทพวกถั่วนะจ๊ะ อย่างเช่น ถั่วลันเตา หรือถั่วฝักยาว เพื่อนๆ ทุกๆคนก็คง
จะเคยทานไม่หมด แล้วเก็บไว้ในตู้เย็นหรือ ผัดเอาไว้เผื่อวันพรุ่งนี้แล้วเก็บไว้ในตู้เย็นพอนำออกมาอีก
ทีสีจะคล้ำไม่น่ารับประทานเลยจริงมะจ๊ะ มีเคล็ดลับง่ายๆ มาฝาก เริ่มเลยนะจ๊ะ

1. นำน้ำไปต้มให้เดือดเลยค่ะ
2. นำถั่วลงไปลวกสัก 2-3 นาที
3. พอเสร็จแล้วก็ตักถั่วขึ้นมาแล้วนำลงไปแช่น้ำเย็นเจี๊ยบทันที

ลองดูนะจ๊ะได้ผลอย่างไรก็แจ้งกันบ้างนะจ๊ะ

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2551

วิธีทำกิมจิ




ส่วนประกอบ :

ผักกาดขาวหั่นกว้างสักประมาณ 1 นิ้ว หรือ 1/2
หัวไชเท้า 1 หัว
แครอท 1 หัว
เกลือ 6 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
พริกชี้ฟ้าแดง ผ่าเอาเม็ดออก 5 เม็ด ถ้าชอบเผ็ดก็ใส่ตามใจชอบจ้า
ซอสพริกจะเป็นตราม้าบินก็ได้ชอบค่ะ 5 ช้อนโต๊ะ
ขิงสับๆๆ 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับๆๆ 1 หัว
ต้นหอมหั่นเป็นท่อนๆ 3-5 ต้น ตามชอบจ้า
น้ำ 1 ถ้วยใหญ่
มะนาว 1-2 ลูก

วิธีทำ :

1. น้ำผักกาดขาวล้างแล้วผึ่งเอาไว้ค่ะ
2. นำผักกาดมาขยำๆๆ เทเกลือ 3 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อให้เกลือซึมเข้าไป พอครบเวลาก็นำผักมาล้างน้ำสัก 1 รอบ
แล้วก็นำมาบีบน้ำออกแล้วภาชนะเตรียมทำขั้นต่อไปจ้า
3. นำหัวไชเท้า และ แครอท ปลอกเปลือกแล้วนำมาหั่นเป็นเส้นเล็กๆ หรือถ้าจะให้ง่ายก็ถ้าที่บ้านเพื่อนๆมี ที่ขูดมะละกอหรือที่ขูดชีส ก็ได้
ก็ขูดๆๆไปแบบง่ายดีค่ะ แห่ะๆ หรือ ถ้าชอบแบบตกแต่งก็หั่นเป็นดอก ก็ได้ค่ะ ( เอาแครอท หรือ หัวไชเท้าแบ่งครึ่งตามขวาง แบ่งเป็น 2 ส่วนเพื่อให้สั่นจับง่าย แล้วนำมีดกรีดยาวลงมา ซ้าย ขวา ให้เป็นร่อง ทำประมาณ สัก 3- 4 แล้วแต่ว่าหัวใหญ่ไม๊แล้วก็มาหั่นเพียงเท่านี้ก็จะเป็นดอกไม้สวยงามแย้วจ้า )
4. นำเครื่องปรุงไปปั่นๆ ให้ละเอียดนะจ๊ะ แล้วใส่เกลือส่วนที่เหลือแต่ถ้าคนไม่ทานเค็มก็ลดเกลือก็ได้นะค่ะ
5. น้ำเครื่องปรุงที่ปั่นเสร็จแล้วเทลงไปในภาชนะ แล้วใส่น้ำตาลทรายคลุกให้ทั่วๆ แล้วนำผักกาด หัวไชเท้า แครอท และต้นหอมที่เตรียมไว้คลุกๆๆ นำไปใส่ภาชนะที่มีฝาปิดทิ้งไว้ 1 คืน

*** แค่นี้เองจ้าเป็นอันเสร็จเตรียมอาหย่อยเด็ดกันได้แย้ว แต่ถ้าออกมาแล้วรสชาติไม่พอใจก็เติมตามใจชอบนะจ๊ะ ***

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เก็บถั่วงอกให้สดได้หลายวัน

หวัดดีก๊าป

วันนี้ขอคุยเรื่องถั่วงอกนะจ๊ะ เพราะเป็นสิ่งใกล้ตัวมากๆ สามารถปรุงอาหารได้มากมาย
เช่น ผัดไท แทบ จะทุกคนก็คงเคยทานนะจ๊ะ แต่บางคนก็อาจจะไม่ทานเพราะว่าอาจะ
เหม็นเขียว แต่ผัดไท นั้นเป็นเมนูขึ้น ชื่อสำหรับชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ตามร้าน
อาหารไทย เช่น ที่เมกา จะมีเมนูจานเด็ดนี้ ไม่ว่าจะออกงานตาม Street fair
เพื่อนๆทุกท่าน ที่เคยอยู่ต่างแดนก็คงพอจะทราบ เพราะโดยปรกติก็จะมีร้านอาหารไทย
ไปออกขายก็จะมีเมนูจานเด็ดนี้ ชาวต่างชาติชอบมั๊กๆ เยยจ้า นั้นก็ขอวกมาที่ถั่วงอกกัน
เลย นะจ๊ะ ถั่วงอกแล้วปรกติทุกคนคงจะทราบดีว่าจะเก็บไว้ได้ไม่นาน วิธีที่จะช่วยให้ยืด
อายุให้อยู่ได้หลายวันโดยไม่เน่า หรือไม่ดำเร็วคือ เทน้ำให้ท่วมถั่วงอกที่ใส่ไว้ในภาชนะ
แล้วก็นำไปแช่ไว้ในตู้เย็น เพียงเท่านี้เป็นวิธีง่ายๆ เองนะจ๊ะลองดูนะจ๊ะ

จบข่าว อิๆ

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2551

วิธีทำหมูเกาหลี















ส่วนประกอบ :

หมูจะเป็นสันในหรือสันนอกแล้วแต่ค่ะ 1/2 โล
หัวหอมซอย 1 หัว
กระเทียมตำ 2 หัว
ต้นหอมหั่น 1 ถ้วย
รากผักชี 5 ราก
แครอทซอย 1 ช้อนโต๊ะ
งาขาวคั่วบุบ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ไข่ขาว 1 ลูก
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อน
พริกไทยดำบุบ 1/2 ช้อนชา
เนยเอาไว้ตอนย่าง

น้ำจิ้มสูตรคิดเองนะจ๊ะพอดีหลานๆ ชอบหน่ะค่ะ หรือจะเป็นน้ำจิ้มทะเลก็ได้นะค่ะ

ส่วนประกอบของน้ำจิ้ม :

กระเทียมซอย 1/2 หัว
พริกขี้หนูซอย 2 เม็ด
ต้นหอมซอย 1 ต้น
ทงคัทซึซอส 1 ช้อนโต๊ะ
วูสเตอร์ซอส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
น้ำซุป 1 โต๊ะ

ผักข้างเคียงจะเป็นผักกาดหอม ผักกาดแก้ว แครอท ถั่วลันเตา Broccoli ดอกกะหล่ำลวกนิ่ม แล้วนำลงไปผัดกับเนย

วิธีทำ :

1. นำหมูมาหั่นบางๆ
2. คั่วงาให้พอเหลืองแล้วบุบนิดๆ
3. นำส่วนประกอบทั้งหมดลงใส่คลุกหมักทิ้งไว้ประมาณ 1ชม.แช่ตู้เย็นไว้หรือจะค้างคืนไว้ก็ได้4. พอจะทานก็นำมาย่างทานนะจ๊ะ

วิธีทำน้ำจิ้ม :

1. นำน้ำซุปร้อนๆ ใส่น้ำตาลละลายลงไป
2. น้ำส่วนผสมทุกอย่างลงไปชิมก่อนว่าชอบรสอะไรขาดอะไรก็เติมแล้วก็โรยงา

 
Blogger design by suckmylolly.com