วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วิธีทำหอยจ๊อ



วิธีทำ :

1. กุ้งสับ 400 กรัม
2. เนื้อปู 250 กรัม
3. หมูสับ 500 กรัม
4. ไข่ 2 ฟอง
5. แป้งสาลี 4 ช้อนโต๊ะ
6. ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
8. พริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
10. ไวน์ขาว ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใส่ค่ะ
11. ต้นหอมซอย 1/2 ถ้วย
12. ผักชีซอย 1.2 ถ้วย
13. ฟองเต้าหู้ ที่ซื้อถุงละ 25 บาทลืมถามว่าน้ำหนักเท่าไหร่ อิๆ
14. น้ำมันทอด 500 มล.
15. เชือกฝ้ายสำหรับมัด แต่ที่ทำพอดีมีนิดเดียวหมดลืมซื้อเลยใช้ด้ายแทน แห่ะๆ
16. เกลือ 1/2 ช้อนชา
17. น้ำจิ้มบ๊วย ลองใช้ของถูกดูยี่ห้อ ฉั่วฮะเส็ง รู้สึกถูกปาก ปรกติไม่ค่อยชอบ
ทานรู้สึกไงมะรู้ แต่ครั้งนี้ลองเปลี่ยนยี่ห้อถูกปากหน่อย อ่อนดีมั้งกลิ่น อันนี้แล้ว
แต่เพื่อนๆจะชอบนะจ๊ะ

วิธีทำ :

1. นำกุ้งสับ หมูสับ ปู และส่วนผสมทั้งหมด
2. นำมาคลุกๆๆ ให้ผสมให้เข้ากัน
3. นำฟองเต้าหู้มาห่อที่นำมาใช้มันเป็นแบบสด หรือถ้าเพื่อนๆ ซื้อแบบไม่สด
ก็นำมาแช่น้ำแล้วยกขึ้นนำไปซับกับกระดาษเช็ดแบบใหญ่
4. นำมามัดๆ เป็นปล้องๆ พอดีเจ๊มือใหม่มันเป็น
ปล้องๆ โตๆ
5. นำลงทอด แดดดี้ เห็นต๊กกะจาย เห่อๆเลยบอก
มือใหม่ ก๊าปป ป๊อ แถมสี
น้ำตาล ปี๋ พูดแบบสวยงามก็คือดำ ไม่น่ากินเล๊ย ไว้แก้ตัวใหม่นะจ๊ะ แต่บางคน
ก็จะนึ่งก่อน แต่ก็ลองทำสองแบบ หมายถึงรสชาติ ของตัวเองอะนะก็คือ
ชอบแบบไม่ต้องนึ่ง พอนึ่งรู้สึก รสชาติอ่อนลงแล้วแต่เพื่อนๆ จ้าแบบทานเองอะนะ
ไม่ได้นำไปขาย
6. พอเสร็จแล้วก็ทานกับน้ำจิ้มบ๊วย หรือซอสพริกหรือน้ำจิ้มตามชอบ

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วิธีต้มถั่วเขียวให้น้ำใส

หวัดดีจ้า

เวลาเขียนเรื่องนี้แล้วแหม๋ ทำให้ย้อนหลังในสมัยเยาว์วัยว่าไปแล้วเด๋ว
ต้องไปซื้อมาทำบ้างดีกว่าเน๊อะ แพ่ๆๆ ถั่วเละๆ ถ้วยนึง อิๆ แต่เดี๋ยวนี้ก็ยัง
ชอบอยู่แต่ก็คงลดหวานลงไม่เหมือนแต่ก่อน เริ่มสูงวัยเจอน้ำตาลมากก็จะมี
ผลต่อร่างกายเน๊อะ ((แบบหาพวก)) ถ้าเพื่อนๆ บางคนรักษาสุขภาพก็
สามารถซื้อน้ำตาลแบบ ครึ่งๆ มีหลายยี่ห้ออยู่เหมือนกันหาซื้อง่าย เอาหล่ะ
ฝอยสะยาว ขอแนะนำเพื่อนๆ ถ้าบางคนต้มแล้วดูน้ำขุ่นๆ ไม่น่าทานเล๊ย
((แต่เจ๊นะขอบอกก็ชอบน้ำคลั่กๆ)) แต่เอาหล่ะต่างจิตต่างใจวันนี้เอาใจ
คนชอบน้ำใสละกันเด๋วเพื่อนๆ ส่วนนึงจะน้อยใจ เพื่อนๆตอนต้มน้ำก็ใช้
ไฟแรงๆ น้ำที่ใส่เข้าไปก็ไม่ต้องมากนัก เอาแค่พอถั่วเขียวแตกก็พอ แล้ว
ก็ใส่น้ำตาลต้มให้น้ำตาลเข้าเนื้อถั่วแล้วค่อยเติมน้ำลงไปตามที่ต้องการ
ใช้ไฟอ่อนจนเดือด แค่นี้เราก็จะได้ถั่วเขียวต้มน้ำตาลใสน่ารับประทานแย้ว

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วิธีทำตุ้ยนุ้ย (สำหรับเด็ก)








ส่วนประกอบ :

1. หมูสับ 200 กรัม
2. ผักกาดขาว 1 หัว
3. ผักชีสับ 1 ช้อนโต๊ะ
4. ผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
6. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา
7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีทำ :

1. นำหมูใส่ส่วนผสมทั้งหมดคลุกๆ หมักไว้ 1 ชม.
2. นำน้ำใส่หม้อนึ่งตั้งไฟ ประมาณ 15-20 นาที
3. เสริฟทานกับข้าวสวยร้อน อาจจะจิ้มด้วย จิ๊กโฉ่ หรือ ซอสพริก

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วิธีทำให้ความเผ็ดหายจากครก


เพื่อนๆคงจะเคยเจอปัญหาความเผ็ดจากครก
หลังจากตำ พริกแล้วความเผ็ดก็ยังคงค้างอยู่ทำให้
อาหารจานต่อไปหมดรสชาติ วันนี้อยากจะแนะนำ
เคล็ดไม่ลับกับเพื่อนๆ ว่าลองเอาข้าวสารมาตำให้
ละเอียดแล้วบดไปบดมานานๆ แล้วจึงเทข้าวออก
หลังจากนั้นก็นำครกไปล้างน้ำแล้วนำครกนั้นไปตาก
แดดให้แห้งแค่นี้ครกก็จะหายเผ็ดแล้ว

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วิธีทำทูน่าแซนวิส



ส่วนประกอบ :

1. ขนมปังแถว จะหั่นขอบหรือไม่ตามใจค่ะ 1 แถว
2. ทูน่า 2 กระป๋อง จะแบบน้ำมัน หรือ แบบน้ำก็ได้ตามใจชอบ
3. มายองเนส 1 ขวด

4. พริกไทย นิดหน่อย
5. เกลือ นิดหน่อย
6. พริกไทย นิดหน่อย

วิธีทำ :

1. นำทูน่าเทน้ำออก
2. นำทูน่ามายีๆๆๆ
3. นำส่วนผสมอื่นๆแล้วก็คลุกๆ แค่นี้เองค่ะเสร็จละ

***สูตรนี้เหมาะกับเด็กๆค่ะ พอดีหลานๆชอบแต่ตัวเองไม่ค่อยทาน
เพราะกลิ่นปลาจะแรงสำหรับตัวเองนะค่ะ แต่เด๋ววันหลังจะทำ
อันเด็ดของโปรดมาให้ เห็นเขาเรียกกันว่า ทูน่า แอ่นเอ็กสลัดแต่
ยังไม่เคยถามว่าสลัดยังไงเหรอเห็นเอามาทาขนมปังไว้ติดตามต่อไปนะค่ะ***

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วิธีมูลข้าวเหนียวให้เก็บได้นาน

เมื่อหลังจากที่เรานึ่งข้าวเหนียวสุกดีแล้ว ก็นำมามูล
กับน้ำกะทิปิดฝาหม้อสะเลยค่ะ แล้วนำหม้อข้าวเหนียว
นั้นนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆหมุนไปหมุนมารอบๆ สักประมาณ
15 - 20 นาที แล้วค่อยกลงพอหลังจากนั้นก็ให้ระอุ
สักครู่ เคล็ดลับนี้ทำเพื่อให้สามารถเก็บไว้ค้างคืนได้
โดยไม่บูดแล้วสามารถเก็บไว้ทานได้หลายๆวัน โดย
ไม่ต้องเก็บไว้ ในตู้เย็นจ้า

**แต่ถ้าเพื่อนๆต้องการที่แช่ตู้เย็นส่วนมากจะเจอกับปัญหาว่าเอาออกมาแล้วข้าวเหนียวจะแข็งอุ่นแล้วก็ไม่อร่อยเหมือนเดิมเลยขอแนะนำเพื่อนๆ ว่าให้เพื่อนนำ pepper towel นำไปชุบน้ำหมาดๆแล้วนำนำมาคลุมไว้ที่ข้าวเหนียวแล้วเพื่อนๆก็นำไปอุ่นกับไมโครเวฟ แค่นี้เองค่ะก็จะยังคงรสชาติไว้เหมือนเดิมได้ แต่ก็ไม่ 100 % เหมือนของใหม่สะเลยทีเดียวนะค่ะ แต่พอแก้ขัดได้ อันนี้ขอแนะนำเพื่อนๆ แดนไกลค่ะ**

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วิธีทำแฮมเบอร์เกอร์






ส่วนประกอบ :
1. เนื้อบด 200 กรัม
2. หัวหอมใหญ่ซอย 1 หัว
3. ต้นหอมซอยหรือ สับละเอียด 2 ต้น
4. ผักชีซอยหรือ สับละเอียด 2 ต้น
5. พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
6. ขนมปังบัน 1 แพ็ก
7. ผักกาดหอม 1 ต้น
8. หอมใหญ่ซอย 1/2 หัว
9. ผักกาดแก้ว 1/2 หัว
10. มะเขือเทศหั่นแว่น 1 ลูก
11. ไข่ไก่ 1 ฟอง
12. น้ำมันหอย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
13. น้ำตาลทราย
14. แครอยซอย นิดหน่อยอาไว้แต่ง
15. ชีส
16. มายองเนส
วิธีทำ :
1. นำเนื้อบด หอมซอย ผักชีซอย พริกไทย
น้ำมันหอย น้ำตาล ไข่แดง ผสมรวมกันหมัก
ไว้อย่างต่ำ 1 ชม. หรือ 1 คืน
2. นำเนื้อที่หมักไว้แล้วมาปั้นเป็นก้อนนำออกมา
ย่างที่เตาอบ หรือจะมานาบกับกระทะก็ได้ตามสะดวก
3. พอได้เนื้อเบอร์เกอร์แล้วก็นำมาใส่ขนมปังนำผัก
กาดหอม ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ ชีส มายองเนสใส่
ไว้ข้างในแล้วนำแครอทโรยหน้า
4.ส่วนอันนี้ทานกับสลัด เพื่อนๆ ก็นำสลัดมาใส่ตามชอบ
แล้วก็ onion ring ,เฟรนฟราย อร่อยเด็ดค่ะ
รับรองสูตรที่แนะนำอร่อยสู้กับร้านฮาร์ทร็อก คาเฟ่
ได้แน่นอนค่ะประหยัดไปหลายร้อยเลยทีเดียวค่ะ



 
Blogger design by suckmylolly.com